ประวัติพ่อท่านเขียว กิตฺติคุโณ
   

พ่อท่านเขียว กิตฺติคุโณ ( พระครูอนุศาสน์กิจจาทร )

วัดอรัญวาสิการาม ( วัดห้วยเงาะ )

เกิดเมื่อปีพ.ศ.2472 ณ.ตำบลหน้าถ้ำ อ.เมืองจ.ยะลา

โยมบิดาชื่อนายทอง เพ็ชรภักดี

โยมมารดาชื่อ นางกิ๊ม เพ็ชรภักดี
 
ถือกำเนิดในครอบครัวชาวนาในจังหวัดยะลา เป็นบุตรคนที่ 3 จากจำนวนทั้งหมด 7 คน ดังนี้
1. นาย เชือน เพ็ชรภักดี ( ถึงแก่กรรมแล้ว )

2. นาย แก้ว เพ็ชรภักดี ( ถึงแก่กรรมแล้ว )

3. พ่อท่านเขียว กิติคุโณ ( นามเดิม เขียว เพ็ชรภักดี )

4. นายชื่น เพ็ชรภักดี ( ถึงแก่กรรมแล้ว )

5.นายแจ๊ก เพ็ชรภักดี ( ถึงแก่กรรมแล้ว )

6.นายสมใจ เพ็ชรภักดี( ถึงแก่กรรมแล้ว )

7.นาง สาว เพ็ชรภักดี
 
        ช่วงชีวิตในวัยเยาว์ของท่าน ดำเนินไปเฉกเช่นวิถีชาวบ้านในต่างจังหวัดทั่วไป หลังจากจบ ป.4

บิดาท่านได้ถึงแก่กรรม ท่านก็ต้องออกมาทำงานช่วยครอบครัว เพื่อเลี้ยงแม่และน้องๆ ซึ่งท่านก็สู้อดทน

รับจ้างทำงานทุกอย่าง จนกระทั่งอายุได้ 20 ปี จึงบรรพชาอุปสมบท ตามประเพณีนิยม ณ.วัดนางโอ

ปัจจุบัน คือวัดบุพนิมิตร อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ.2492 ณ.พัทธสีมา วัดนางโอ

โดยมี พระครูมนูญสมณการวัดพลานุภาพเป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการแดง ธมฺมโชโต วัดนาประดู่

เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการทอง จนฺทโชโต วัดภมรคติวันเป็นพระอนุสาวนาจารย์ พระอธิการดำ

ติสสโร เจ้าอาวาสวัดนางโอ ในขณะนั้น เป็นประธานสงฆ์ พระสงฆ์หัตถบาส เป็นพระอาจารย์ ที่ประสิทธิ์

ประศาสน์ วิชาความรู้ และ พระเวทย์ต่างๆ ให้พ่อท่านเขียวมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นฆาราวาส เมื่ออุปสมบท

ครองผ้าเหลือง

        พ่อท่านเขียว ได้จำพรรษาอยู่วัดนางโอ โดยท่าน ได้ใช้เวลาที่ว่างจากกิจของสงฆ์เล่าเรียนการ

สวดมนต์ในบทสำคัญต่างๆ รวมถึงการสวดภาณยักษ์ในแบบฉบับของภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันไม่ค่อยได้

พบกันมากๆเหมือนก่อนแล้ว กระทั่งพรรษา 2 ท่านได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดสุนทรบัญชาราม อ.รามัญ

จ.ยะลา

         พรรษาที่3 พ่อท่านเขียว ได้ย้ายกลับมาจำพรรษาที่วัดนางโออีกครั้ง ได้ศึกษาวิชาอาคมต่างๆ

กับ “ตาเลี่ยม” ฆาราวาสที่เชี่ยวชาญ ด้านวิปัสสนา อีกทั้งสรรพวิชาจากผู้เรืองพระเวทย์วิทยาคมใน

เขตนั้นอีกจำนวนนับไม่ถ้วนซึ่ง ในทางธรรม ท่านปฏิบัติเคร่งครัด ศึกษาด้านปริยัติธรรมบาลีไวยากรณ์

และนักธรรม รวมถึงการสวดมนต์ สาธยายธรรม ด้วยเหตุนี้เอง พ่อท่านเขียวท่านจึงสามารถ สวดปาฏิ-

โมกข์ได้ตั้งแต่ในพรรษาที่ 5                                               

        พ่อท่านเขียว สอบได้นักธรรมโทและต่อมา ท่านได้รับตำแหน่ง รักษาการเจ้าอาวาส วัดนางโอ

จนกระทั่งได้เป็นเจ้าอาวาสในลำดับต่อมา ในระหว่างนี้ท่านเองเป็นสหธรรมมิกกับ “พระอาจารย์ทิม

วัดช้างไห้” ด้วยความสนิทสนม ชอบพออัธยาศัยไปมาหาสู่กันเสมอ ระยะทางระหว่างวัดทั้ง2 ไม่ไกล

กันโดยร่วมสังฆกรรม สนทนาธรรม ร่วมพิธีกรรมต่างๆกันเสมอ โดยเฉพาะเมื่อคราวที่ท่านอาจารย์ทิม

วัดช้างไห้ สร้างหลวงปู่ทวดเนื้อว่านปี2497 เพื่อแจกแก่ผู้ที่ร่วมสร้างพระอุโบสถ วัดช้างไห้นั้น

พ่อท่านเขียว เป็นผู้หนึ่งที่คลุกเนื้อผสมว่าน และ ร่วมอยู่ในพิธีกรรมเจริญพุทธมนต์ ในระหว่างที่ท่าน-

อาจารย์ทิม อัญเชิญดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่ทวด เพื่อปลุกเสกพระเครื่องเนื้อว่านใน

คราวปี2497 และร่วมพิธีกรรมปลุกเสกอีกหลายวาระ



        เมื่ออาจารย์ทิมท่านมรณภาพแล้ว ยังมีพิธี กรรมที่สำคัญอีก 1 วาระ คือปลุกเสกหลวงปู่ทวด

เนื้อว่านปี 2524 ปัจจุบันเป็นที่เสาะหากันมาก

        เพราะมีประสบการณ์คุ้มภยันตราย แคล้วคลาดปลอดภัยแก่ผู้ที่นับถือนอกจากนี้ ยังได้รับนิมนต์

ไปปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ ในหลายพิธีตลอดมาทั้งไกลและใกล้จนถึงปัจจุบัน นับว่าพ่อท่านเขียว

เป็นพระเกจิสำคัญถือเป็นเพชรอีกรูปหนึ่ง แห่งเมืองใต้ เลยทีเดียวส่วนหลักฐานสำคัญ อีกรูปที่รับรอง

พ่อท่านเขียว ว่าปลุกเสกหลวงปู่ทวดเดี่ยวเพียงลำพังรูปเดียวได้ดีคือท่านอาจารย์นอง วัดทรายขาว

ท่านกล่าวไว้กับศิษย์ใกล้ชิดที่ร่วมรับรู้หลายท่าน ถือเป็นหลักฐานรับรองที่สำคัญ อีกประการหนึ่ง
         ในราวปี2500 พ่อท่านเขียวได้ตรวจสอบธรณีสงฆ์

รอบวัดนางโอ พบการรุกล้ำที่วัดของชาวบ้านละแวกวัด

ทำให้ชาวบ้านเหล่านั้นไม่พอใจกระทบกระทั่งกันหลายวาระ

ในที่สุดพ่อท่านเขียวจึงตัดสิน ใจออกจากวัดไปจำพรรษา

ที่วัดภมรคติวัน และที่วัดนี้ก็มีปัญหาเดียวกันกับวัดนางโอ

ท่านจึงย้ายวัดไปจำพรรษาที่วัดนาประดู่อีกครั้ง และใน

ระหว่างนี้ท่านอาจารย์ธีร์เจ้าอาวาสวัดห้วยเงาะในเวลานั้น

จึงได้มานิมนต์ท่านไปอยู่ด้วยกันเสียที่วัดห้วยเงาะเนื่องด้วย

พรรษาท่านมากจะได้ดูแลไม่ต้องพบกับภาระเหนื่อยหนักอีก
       พ่อท่านเขียวท่านเป็น พระสงฆ์ที่มัธยัสถ์อดออมและรักสันโดษ ท่านชอบการอ่านหมั่นศึกษาหา

ความรู้ในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น   ด้านกฏหมายบ้านเมือง    การเกษตรกรรม โหราศาสตร์  สมุนไพร-

กลางบ้าน   รวมถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ ในอันที่จะนำไปสงเคราะห์ผู้อื่นได้

        พ่อท่านมีเมตตาสูงกับเหล่าศิษย์ และผู้ที่ไปขอให้ท่านเสกเป่าบรรเทาทุกข์ แก้ไขสิ่งที่ขัดข้อง

ในชีวิต ท่านเมตตาเสมอเหมือนกันหมด ไม่ว่ายากดีมีจนมาจากไหนไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ โดยไม่แบ่ง-

แยกไม่เคยเรียกร้องสิ่งใด และท่านไม่จับ หรือรับเงินที่มาถวายเลย พ่อท่านไม่เคยสนใจลาภสักการะ

ต่างๆ ใครไปให้ท่านช่วย พอจะลากลับหากถวายเงินท่าน พ่อท่านจะนิ่งเฉย และถามกลับว่า “เอามา

ให้เราทำไร ท่านเป็นพระไม่ต้องใช้ หากจะทำบุญก็นำไปใส่ตู้บริจาคภายในวัดตรงไหนก็ได้”

 

นี่คือสิ่งที่หลายท่านได้พบและหากได้รับวัตถุมงคล จากมือพ่อท่าน คือการแจกทั้งสิ้น

ไม่มีการเช่าหาแต่อย่างใดๆ นั่นคือสิ่งที่ทุกท่านได้รับเหมือนๆ กันเมื่อได้ไปกราบนมัสการท่านถึงวัด

ปัจจุบัน พ่อท่านเขียว กิติคุโณ สิริอายุได้ 81 ปี 61 พรรษา จำพรรษา ณ. อรัญวาสิการาม

(วัดห้วยเงาะ ) ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี