หน้าพรานมโนราห์ (พรานบุญ)

พรานบุญ ผู้เป็นพรานที่มีความเก่งกาจสามารถไปมาได้แม้กระทั่งในป่าหิมพานต์


                  พ่อท่านเขียว กิตติคุโณ ท่านเล่าให้ฟังเกี่ยวกับความสำคัญของเรื่องหน้าพรานบุญว่า

“ไม่มีการค้าใดหรือทำสิ่งใด้จะได้ผลตอบแทนมากเท่าพรานบุญ เพราะพรานบุญจับนางมโนราห์ได้เพียง

นางเดียว เช้ารุ่งขึ้นก็ได้รับบำเหน็จจากกษัตริย์ ครองเมือง 1 เมืองพร้อมทรัพย์สมบัติและบริวารมากมาย”

แม้ในการละเล่นโนราห์ของภาคใต้เมื่อถึงเวลาพรานบุญออกมาแสดงก็จะเรียกเสียงหัวเราะอย่างมีความ-

สุขจากผู้ชมได้เสมอ ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะแสดงกี่ครั้งก็ตาม

               ในส่วนของเรื่องอาถรรพ์กันกระทำนั้นทางภาคใต้ก็มักทำหน้าพรานอันเล็กๆพกติดตัวเสมอของ

เดิมโดยมากแกะด้วยไม้ยอป่า ในตำหรับที่พ่อท่านเขียวได้เรียนมานั้น ไม่กำหนดวัสดุชัดเจนแต่สิ่งสำคัญ

ต้องทำหน้าพรานเป็นสีทองเท่านั้น ดีเรื่องเมตตาและทำมาค้าขายเรียกคน เป็นที่รักของคนหมู่มากไม่มี

ใครเกลียด ยังสามารถกันคุณไสยและขับออกไปได้ ไม่ว่าจะถูกกระทำมาด้วยอาคมหรือภูติวิญญาณ

ใช้บูชาประจำบ้านเรือนร้านค้าเรียกลาภ  เรียกคน   หากมีหน้าพรานไว้กับตัว  กันกระทำต่างๆรวมถึง

ป้องกัน ลมเพลมพัดใด้อีกด้วยกล่าวโดยรวมคือหน้าพรานมโนราห์นี้ดีทั้งกัน และแก้ในตัวอย่าสนเท่ห์

สงสัยเลย

        เคยทำพิธีเชิญพรานบุญโดยศิษย์ฆาราวาสของพ่อท่านเขียว ศิษย์ท่านนี้ได้เรียนวิชากับท่าน

อาจารย์ ทอง วัดสำเภาเชยด้วย สาเหตุเพราะมีสิ่งรบกวนท่านอาจารย์ทอง ด้วยท่านอาจารย์สูงวัย

และมีพรรษามากแล้ว ประกอบกับท่านอาพาธในช่วงเวลานั้นต้องพักผ่อนให้มาก และงดปลุกเสก

วัตถุมงคลต่างๆ แมลงปออาถรรพ์ที่โด่งดัง ของวัดสำเภาเชย ที่ท่านเคยปลุกเสกไปจำนวนมากนับพัน

เหล่านั้น มารบกวนท่านด้วยการทำเสียงมาจากด้านต่างๆซ้ายบ้างขวาบ้างเสมอทั้งกลางวันและ

กลางคืน ทำให้ท่านไม่สามารถจำวัดได้ ส่งเสียงรบกวนเหมือนธรรมชาติของแมลง และมีจำนวนมาก

น่ารำคาญ ท่านอจ.ทองท่านว่า “วิชาหน้าพรานมโนราห์นี้แก้ไขให้ท่านได้” ท่านจึงมอบหมายให้เชิญ

พรานบุญตามตำรา ในชั้นแรกศิษย์ฆาราวาสจะไม่ยอมทำพิธีดังกล่าวถวายท่าน ด้วยเห็นว่าท่านเป็น

ครูบาอาจารย์ระดับแนวหน้าของประเทศ ตัวศิษย์ฆาราวาสเองจะทำได้ผลหรือไม่ แต่ท่านก็ยืนยันที่จะ

ให้ทำวิชาเชิญพรานดังกล่าวโดยท่านจะคอยกำกับอยู่ด้วย ศิษย์ฆาราวาสท่านนั้นจึงตกลงทำวิชา

ถวายท่านและได้ใช้ หน้าพรานขนาดบูชา ตั้งพานครู พร้อมธูปเทียน อ่านโองการเชิญพรานบุญที่วัด-

สำเภาเชย อ.ปานาเระ จ.นราธิวาส โดยศิษย์ฆาราวาสซึ่งเป็นทั้งศิษย์ของท่าน อจ. เขียว และ

อจ.ทองเอง เพื่อขับชินแมลงปอ อันเกิดจากวิชาการปลุกเสกด้วยธาตุจนมีตัวตน แต่ผู้ที่นำไปบูชา

ไม่บูชาและดูแลให้ดีละเลยไม่สนใจ แมลงปอปลุกเสกเหล่านั้นมีตัวตนแล้วด้วยธาตุ จึงย้อนกลับมา

รบกวนผู้ปลุกเสกซึ่งถือเป็นเจ้าของเดิมคือ ท่านอจ.ทอง ผู้ให้กำเนิด

 

       ในขณะที่ทำการเชิญพรานบุญ ท่านอาจารย์ทอง ท่านเล่าหลังจากเสร็จพิธีแล้วว่า “เห็นพรานบุญ

เต็มตัวเต้นร่ายรำไปมาสวยงามอยู่ในพิธี เหล่าแมลงปอที่รบกวนท่าน จำนวนมากนั้นกลัวพรานบุญ และ

ถูกพรานบุญจับได้” แต่ในส่วนของตาเนื้อของผู้ที่เฝ้าดูอยู่ เห็นเพียงน้ำตาเทียนที่ไหลลงบนใบพลูเป็น

รูปแมลงปอเป็นที่น่าอัศจรรย์ ท่านอจ.ทอง ท่านว่า “ยังไม่หมดเสียทีเดียว” จึงทำให้ทำพิธีอีกครั้งในวัน

ถัดมา จนสิ่งรบกวนเหล่านั้นลดลงจนเหลือน้อยและไม่มารบกวนท่านอีกหมายเหตุ ท่านอจ.ทอง วัดสำ-

เภาเชย พ่อท่านสุข วัดตุยง หลวงปู่ สุระ วัดหน้าถ้ำ จ.ยะลา และพ่อท่านเขียว กิติคุโณ วัดห้วยเงาะ

เป็นสหธรรมมิกกัน ร่วมสังฆกรรมและ พุทธาภิเษกร่วมกันเสมอหากมีพิธีกรรมในเขตนั้น
        ปัจจุบัน พ่อท่านสุขและหลวงปู่สุระ มรณะภาพแล้ว มีศิษย์ที่เป็นพระสงฆ์และฆาราวาสหลายท่านที่

เรียนกรรมฐานและอาคมหลายท่านทีเดียว โดยก่อนที่พ่อท่านสุขท่านล่วงไปท่านก็สั่งศิษย์ที่มาพบท่าน

ให้ไปหาท่านอาจารย์ ทองและพ่อท่านเขียว เพื่อต่อวิชาเพิ่มเติมนับต่อจากนี้ ศิษย์ฆาราวาสจึงไปมาหา-

สู่กัน เพื่อต่อวิชาเพิ่มกับครูบาอาจารย์รูปที่ยังมีชีวิตอยู่ รวมถึงช่วยงานวัดของครูบาอาจารย์ตามที่ได้รับ

ไหว้วาน จึงถือว่ามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันในหมู่ศิษย์ รวมถึงให้ความนับถือ ครูอาจารย์ผู้ประสิทธิ์

วิชาให้เสมอเหมือนกันหมดทุกรูป
 
คาถาพรานบุญ ( เทวดาให้เงิน)

โอม นะมา มีมา นะ  เน  นุ  นิ นะ
สวาหะ สวาโหม



คาถาเมตตา


ออ  อา สะเน่หามนุสสะจิตติ  
ออ อา สะเน่หามนุสสะจิตตัง

      ออ อา มูลละพะลัง   
ออ อาพุทธานะมามิหัง



คาถาคุ้มภัย

ทุมอะ   ทุมยะ   ปุ  สะ  อะ  สุ  พุ 
สะ  ปะ ปุ   
ทุม  ทุม  ทุม