ปลัดขิกขลังแห่งเมืองใต้
  เริ่มจากการที่ท่านปลุกเสกปลัดตัวเล็กๆคล้องคอเจ้า

สุนัขตัวเล็กที่ท่านชอบเลี้ยง  แล้วมีคนสังเกตุว่าเวลาท่านรับ

กิจนิมนตไปนอกวัดหมาตัวใหญ่รุมกัดแต่ไม่สามารถทำอันต-

รายเจ้าหมาตัวน้อยได้ทั้งที่น่าจะโดนกัดตายแต่กลับไม่เป็นไร

เห็นเช่นนี้บ่อยๆเข้า

ปลัดที่คอเจ้าหมาน้อยก็โดนแอบปลดไปคุ้มตัวกัน ผลคือ ท่านต้องคอยมาสำรวจทุกวัน

จนต้องทำแจกในที่สุดเรื่องวิชาปลัดขิกนี้ท่านปลุกเสกได้ขลังและดี




           คงมีไม่กี่ท่านที่ทราบว่าพ่อท่านเขียวกับหลวงพ่อไสว วัดปรีดาราม เป็นสหธรรมมิกกันปลุกเสก

เจอกันคราวใดเมื่อเสร็จหรือก่อนพิธีถ้าพอมีเวลาจะนั่งคุยกันอยู่สองรูปจับไม้จับมือกัน คุยกันออกรสออก

ชาติสร้างความประหลาดใจแก่เหล่าศิษย์ว่าท่านรู้จักกันเมื่อไหร่ตอนไหนทำไมจึงสนิทสนมกันมากทั้งที่

อยู่ห่างกันนับพันกิโล แม้ในช่วงคราวงานปลงสังขารหลวงพ่อไสวท่านก็ไปถึงวัดและยังปลุกเสกของใน

ส่วนที่เหลืออยู่ของหลวงพ่อไสวด้วย     
     มีอยู่คราวหนึ่งมีนักบินท่านหนึ่งไปขอปลัดท่านและขอความ

พิเศษว่าให้ดีีท่าน เมตตาชู้สาวท่านก็ลงให้เป็นพิเศษ โดยจาร

ให้ ที่หัวปลัด กำกับไป 2 คำ ว่า อ่านเป็นคำไทยได้ว่า ล่อ ..ห...

หากคนที่ใช้ ปลัดขิกจะทราบดี ผลคือท่านกลับมาเล่าให้ฟังว่า

สาวน้อยสาวใหญ่ มารุมล้อม ไม่เป็นอันทำอะไรจนหนักใจไป

หมด รักพี่เสียดายน้องทั้งที่ตัวเองก็อายุพอสมควรแล้ว ชีวิต

กลับเต็มไปด้วยความรักมากมาย
      พอดี มีช่วงงานสำคัญเข้ามาจึงต้องเอาปลัดขิกออกห่างตัว เรื่องรักๆใคร่ๆค่อยๆคลายตัวลงลดความ

วุ่นวายลงไปได้ สิ่งหนึ่งที่พี่ท่านนี้ทิ้งท้ายฝากศิษย์รุ่นน้องๆเอาไว้คือเหนื่อยมาก